สรุปประชุมทางไกลผ่านจอภาพ VTC. ภาคเหนือ
ประจำวันที่ 10 เม.ย. 63 ครั้งที่ 32
พล.ต. จิรเดช กมลเพ็ชร รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า
และหมอกควัน ภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า
วาระที่ 5 ประธานกล่าวและปิดการประชุม
- การจัดกำลังเข้าควบคุมพื้นที่เสี่ยง/เผาซ้ำซาก การเคลื่อนไหวในพื้นที่.การ ลาดตระเวน การตั้งจุดตรวจ,การพบปะกลุ่ม ปม.การดับไฟ
- การลดค่าฝุ่นละอองที่กระทบต่อสุขภาพ ปชช. ขอให้ทำต่อเนื่อง
- การสร้างความชุ่มขึ้น ทุกระบบ เช่น รถน้ำ,บนตึกสูง,ๆ
- การสนับสนุน 1. MI 17, 2.ฮ.ปภ.32, 3. ทส. ,4. ฝนหลวง ขอให้ตรวจสอบแหล่งน้ำความพร้อม
- การจัดกำลังเข้า ศูนย์สั่งการ ได้จัดกำลังร่วมทุกส่วน ; ขอให้ส่งการใช้กำลังในพื้นที่ให้ บก.ควบคุมทราบ เป็นรายสัปดาห์
- การส่งผลคดี ของ จว. /ให้บก.ควบคุม เป็นรายสัปดาห์
-
- การระมัดระวัง การเพิ่มมาตรการในระว่างดับไฟ เช่น เป็นคู่บัดตี้ผู้สูงอายุ ผู้หญิง,การฝึกให้ ชาวบ้าน หรือ ชุดดับเพลิง ให้มีความรู้ มีทักษะ เมื่อมีโอกาส
- สรุปการประชุม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 63 เวลา 14.00 ณ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก จังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
- พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน พร้อมประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 ผู้แทน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผู้บริหาร ทส. ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมการประชุม
- พลเอก ประวิตรฯ ได้กล่าว ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้เข้มงวดดําเนินมาตรการในการรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน อย่างเต็มกําลังความสามารถ และได้เน้นย้ำดังนี้
1) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระดมสรรพกําลัง อุปกรณ์เครื่องมือ และอากาศยาน เข้าดับไฟ ไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง และให้ดับไฟให้สนิท พร้อมเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการประทุของไฟขึ้นซ้ำในพื้นที่เดิม
2) สั่งการไปถึง ระดับตําบล หมู่บ้าน ให้จับตากลุ่มเสี่ยง ที่มีพฤติกรรมการเผาป่า หรือหาของป่า ล่าสัตว์ สําหรับผู้ได้รับสิทธิ์ในการใช้ ประโยชน์พื้นที่ป่า เช่น การจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามแนวทาง คทช. หากพบว่ามีการเผาในพื้นที่ ขอให้ตัดสิทธิ์ทันที
3) ให้ ทุกหน่วยงานคุมเข้มและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ให้มีการเผาตลอดช่วงห้ามเผาที่จังหวัดกําหนด และเร่ง เตรียมการรับมือการเผาสําหรับเกษตรกรหลังพ้นช่วงห้ามเผาด้วย สําหรับการจุดไฟเผาป่า ต้องหาตัวผู้กระทําผิดให้ได้ และ ให้เร่งส่งฟ้องและดําเนินคดีโดยเร็ว พร้อมทั้ง ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด แถลงข่าวการจับกุมและดําเนินคดี เพื่อเป็นการป้อง ปรามและเป็นตัวอย่างให้ประชาชนรับรู้
4) ให้จังหวัดดูแลสุขภาพประชาชนจากมลพิษหมอกควัน ส่งเสริมการจัด safe zone ที่บ้าน เพื่อลดผลกระทบจากมลพิษ และเป็นไปตามแนวทางการเฝ้าระวัง COVID-19
5) สําหรับปัญหาหมอกควัน ข้ามแดน ให้ ทส. หยิบยกประเด็นการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน หารือกับประเทศเมียนมา ลาว และกัมพูชาใหม่ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และหากพบการเพิ่มขึ้นอย่างมากของจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน ให้ประสานงานกับสํานักเลขาธิการอาเซียนอย่างใกล้ชิด
6) ให้กองทัพภาคที่ ๓ และจังหวัดชายแดน เจรจาสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง หากมีความจําเป็นหรือมีการร้องขอความช่วยเหลือในการดับไฟ ให้พิจารณาช่วยเหลือตามความเหมาะสม
7) หลังสิ้นสุดสถานการณ์ ให้ ทส. ร่วมกับ กองทัพภาคที่ ๓ จัดการถอดบทเรียน AAR เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดและยั่งยืนต่อไป
8) ขอให้ทุกคนเดินหน้าช่วยกันป้องกันและดับไฟป่าอย่างเต็มที่ รวมถึงช่วยขยายผลสร้างการรับรู้ สร้าง แนวร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้อันมีค่าให้คงอยู่ถึงลูกหลานต่อไป

